อีเวนต์น่าสนใจในกรุงเทพฯ วันนี้

Time Out รวมกิจกรรมและอีเวนต์น่าไปตั้งแต่เช้ายันค่ำวันนี้มาให้แล้วตรงนี้

การโฆษณา

มาดูกันว่าวันนี้ทั้งกลางวันและกลางคืนมีอะไรน่าทำบ้าง ไม่ว่าจะเป็นอีเวนต์ ละครเวที ปาร์ตี้ เวิร์กช็อปหรือว่านิทรรศการศิลปะ 

  • Things to do
  • หนองแขม
ถ้าช่วงนี้รู้สึกว่าชีวิตในเมืองมันหมุนไวเกินไป อยากให้ลองแวะไปที่ STILL House เพราะเขาเอาบ้านเก่าสุดคลาสสิกมาเนรมิตใหม่เป็นพื้นที่ Lifestyle & Design สุดเท่ โดยเฉพาะชั้น 2 ที่มาในธีม ‘A Pause of Senses” ซึ่งทาง NORSE Republics เขาตั้งใจจัดขึ้นมาเพื่อให้เราได้พัก ประสาทสัมผัสทั้ง 5 ไปกับงานดีไซน์สวยๆ โดยความเจ๋งคือเขาเอาเฟอร์นิเจอร์สไตล์เดนมาร์กจากแบรนด์ & Tradition ที่ขึ้นชื่อเรื่องความมินิมอลแต่ดูแพง มาจัดวางอยู่ในบ้านไม้แบบไทยๆ มันเกิดเป็นความต่างที่ลงตัวมาก แสงที่ลอดผ่านหน้าต่างบ้านเก่า ตกกระทบกับเก้าอี้ดีไซน์ Iconic คือมุมถ่ายรูปที่สายคอนเทนต์ชอบ ใครที่ชอบความละเมียดละไม อยากหาแรงบันดาลใจแต่งบ้าน หรือแค่อยากหาที่นั่งนิ่งๆ เสพงานอาร์ตขอแนะนำ ที่ STILL House (ชั้น 2), โครงการ STILL สุขุมวิท 20 (ไม่มีค่าเข้างาน) วันนี้ - 15 เมษายน
  • Things to do
  • เยาวราช
หนึ่งในเทศกาลศิลปะที่สำคัญที่สุดของกรุงเทพฯ กลับมาอีกครั้งกับ Mango Art Festival 2026 ซึ่งในปีที่ 6 นี้ งานได้ขยายบทบาทจากเทศกาลศิลปะทั่วไป สู่พื้นที่ที่ศิลปะ ดีไซน์ แฟชั่น และผู้คน มาบรรจบกันอย่างมีชีวิตชีวา ภายใต้ธีม ‘ICON’ ที่ตั้งคำถามว่าสิ่งธรรมดารอบตัว จะกลายเป็นสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรมได้อย่างไร โดยเปลี่ยนพื้นที่สองชั้นของอาคารให้กลายเป็นสนามทดลองทางความคิด ที่เปิดโอกาสให้ทั้งศิลปินรุ่นใหม่และศิลปินระดับนานาชาติได้แสดงผลงานเคียงข้างกัน ตั้งแต่งานศิลปะร่วมสมัย งานออกแบบ แฟชั่น ไปจนถึงการแสดงสด ไฮไลต์ของงานครอบคลุมหลายโซนสำคัญ ไม่ว่าจะเป็น Gallery Zone, Independent Artist Zone, Craft Zone และ Special Exhibition Zone นอกจากนี้ Main Stage ยังเป็นพื้นที่สำหรับการแสดงสดและวงเสวนาที่เชื่อมโยงผู้ชมเข้ากับศิลปินและผู้สร้างสรรค์โดยตรง ทำให้เทศกาลนี้ไม่ใช่แค่พื้นที่ชมงานศิลปะ แต่เป็นพื้นที่ของการแลกเปลี่ยนแรงบันดาลใจ ที่ River City Bangkok ชั้น 1-2 วันที่ 4-8 มีนาคม เข้าชมฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย
การโฆษณา
  • Things to do
  • รัตนโกสินทร์
สำหรับใครที่สอบเสพงานอาร์ตแนวเซอร์เรียล เราขอเชิญชวนให้ไปสำรวจดินแดนแห่งสัญชาตญาณและความเปราะบาง ภายใต้ปีกแห่งจินตนาการในนิทรรศการ ‘The Wings of Innocence’ โดยศิลปิน Takuya Mitani งานชุดพิเศษที่พาทุกคนไปยืนอยู่บนรอยต่อระหว่าง pop surrealism และ symbolism ที่มองเผินๆ อาจดูสวยงามและสงบเรียบร้อย แต่ลึกลงไปกลับปกปิดมิติทางจิตวิทยาที่น่าค้นหา นิทรรศการนี้เปรียบเสมือนการส่องกระจกดูเส้นแบ่งอันเปราะบางภายในใจเรา ระหว่างความไร้เดียงสาที่บริสุทธิ์ กับความแปลกแยกที่แฝงไปด้วยความกลัว ความปรารถนา และสัญชาตญาณที่ถูกเก็บซ่อนไว้ เหมาะสำหรับคนที่ชอบงานแนวสัญลักษณ์ที่ต้องใช้เวลาพินิจดูทีละชิ้น ที่ จอยแมน แกลเลอรี กรุงเทพฯ ชั้น 2 (ไม่มีค่าเข้างาน) วันนี้ - 22 มีนาคม เปิดทุกวันอังคาร - อาทิตย์ เวลา 11.00 - 18.00 น. (ปิดวันจันทร์)
  • Things to do
  • ประเวศ
นิทรรศการที่เปิดพื้นที่ให้ศิลปะแห่งแฟนด้อมได้เปล่งเสียง ผ่าน ‘Fan Art’ งานศิลปะที่มักถูกมองข้ามหรือถูกลดทอนให้เหลือเพียงภาพของความคลั่งไคล้ส่วนบุคคล ทั้งที่แท้จริงแล้วมันอัดแน่นไปด้วยอารมณ์ ความตั้งใจ และการยืนยันการมีตัวตน Ground Control และ MMAD Gallery จึงร่วมกันเปิดพื้นที่แห่งนี้ ให้กลายเป็นพื้นที่ของความรู้สึก ความผูกพัน และบทสนทนาที่งอกงามจากความรัก ในนิทรรศการ The Power of Fandom นิทรรศการพาผู้ชมออกสำรวจโลกของแฟนด้อมผ่านผลงานของศิลปินทั้ง 7 คน ซึ่งถ่ายทอดประสบการณ์ต่อแฟนด้อมในหลากหลายมิติ ทั้งในฐานะแฟน ผู้สังเกตการณ์ และผู้สร้างสรรค์ศิลปะ เพื่อชวนให้เราทบทวนว่าความรักและความผูกพันบางรูปแบบไม่ได้ทำให้เราอ่อนแอ หากแต่เป็นแรงผลักที่ทำให้เรายังอยากมีชีวิตอยู่ต่อไปในโลกใบนี้ ที่ MMAD GALLERY ตั้งแต่วันนี้ - 19 เมษายน เข้าชมฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย
การโฆษณา
  • Things to do
  • เจริญกรุง
เปิดมุมมองใหม่ต่อภาษาไทยในนิทรรศการ ‘Thaipography’ ที่จะพาคุณไปสำรวจพลังของตัวอักษรและการออกแบบในฐานะ ‘สัญลักษณ์ที่มีชีวิต’ ซึ่งบรรจุทั้งอัตลักษณ์ ความทรงจำ และอารมณ์ความรู้สึกเอาไว้ งานนี้รวบรวมผลงานจาก 15 ศิลปินไทยจากหลากหลายแขนง ทั้งจิตรกรรม ประติมากรรม ภาพพิมพ์ และงานจัดวาง ที่พร้อมใจกันนำตัวอักษรไทยมาตีความใหม่ ตัดทอน และแปรสภาพใหม่ เพื่อสื่อสารความหมายที่ลึกซึ้งยิ่งกว่าเดิม ผลงานแต่ละชิ้นในนิทรรศการนี้จะทำให้เห็นว่าภาษาไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือในการสื่อสารในชีวิตประจำวันเท่านั้น แต่ยังเป็นวัสดุทางศิลปะที่หล่อหลอมประสบการณ์และตัวตนของผู้คนในสังคมร่วมสมัยได้อย่างน่าอัศจรรย์ ใครที่หลงใหลในความงามของเส้นสายและต้องการค้นหาความหมายที่ซ่อนอยู่หลังรูปทรงของตัวอักษร ต้องไม่พลาดแวะมาชมงานศิลปะคุณภาพในบรรยากาศสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ที่ Four Seasons ART Space, โรงแรม Four Seasons Hotel Bangkok (ไม่มีค่าเข้างาน) วันนี้ - 22 มีนาคม เวลา 10.30 - 19.30 น. ทุกวันอังคารถึงวันอาทิตย์ (ปิดวันจันทร์)  
  • Things to do
  • สยาม
กรุงเทพฯ เปิดปี 2569 ด้วยพลังป็อปคัลเจอร์แบบจัดเต็ม กับ Muse Anime Festival ที่ยกจักรวาลอนิเมะมาไว้กลาง Jam Space ภาบในงานนี้ไม่มีแค่ของขายธรรมดาๆ แต่คือพื้นที่รวมตัวของคนรักอนิเมะตัวจริง ที่ได้มาแชร์ความชอบเดียวกันผ่านอนิเมะดังถึง 14 เรื่อง เตรียมตีวหลุดเข้าไปในโลกที่คุณคุ้นเคยจากหน้าจอ โดยไฮไลต์ภายในงานคือโซนถ่ายรูปกว่า 17 จุด ที่จัดฉากและเซ็ตขนาดใหญ่แบบไม่หวงพื้นที่ ตั้งแต่หุ่นเป่าลมยักษ์ของ Momo และ Okarun จาก Dan Da Dan ไปจนถึง Rimuru สไลม์สุดน่ารักที่ยืนเด่นรอแฟนๆ มาทักทาย ส่วนคนที่รักการสะสมก็ต้องไม่ผิดหวัง เพราะภายในงานรวมสินค้าลิขสิทธิ์แท้และไอเท็มพรีเมียมนำเข้าหายากไว้เพียบ เดินเพลินได้ยาวๆ ก่อนปิดท้ายด้วยโซนอาหารจาก Themed Cafe ที่ได้แรงบันดาลใจจาก Spy X Family และ เกิดใหม่ทั้งทีก็เป็นสไลม์ไปซะแล้ว เรียกได้ว่าเป็นเทศกาลที่ตอบโจทย์ทั้งสายดู สายถ่ายรูป สายช็อป และสายแฟนดอมแบบครบวงจรจริงๆ ที่ MBK Centre ชั้น 4 วันที่ 10 มกราคม - 29 มีนาคม เวลา 11.00 - 21.00 น.
การโฆษณา
  • Things to do
  • คลองเตย
กรุงเทพฯ ได้ต้อนรับหมุดหมายทางวัฒนธรรมแห่งใหม่กับ ดิบ บางกอก (Dib Bangkok) พิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัยนานาชาติแห่งแรกของเมืองหลวง และเป็นสถาบันแรกในไทยที่รวบรวมคอลเล็กชันศิลปะร่วมสมัยระดับโลกมาไว้ในที่เดียว เปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ด้วยนิทรรศการปฐมฤกษ์ในชื่อ ‘ล่อง(ไม่)หน’ (In)visible Presence) ภายใต้การนำของ คุณภูรัตน์ (แฌง) โอสถานุเคราะห์ และทีมภัณฑารักษ์ระดับสากล เพื่อสร้างพื้นที่ที่ศิลปะไม่ใช่แค่การมองเห็นแต่คือการสำรวจตัวตนผ่านประสาทสัมผัสที่หลากหลาย นิทรรศการนี้รวบรวมผลงานจากศิลปินแถวหน้าทั้งชาวไทยและนานาชาติ ที่จะพาผู้ชมดิ่งลึกไปสู่ประเด็นเรื่อง ความทรงจำ และสภาวะการดำรงอยู่ของมนุษย์ สิ่งที่ไม่อาจมองเห็นด้วยตาเปล่าแต่สัมผัสได้ด้วยความรู้สึก ใครที่เป็นสายมิวเซียมและอยากสัมผัสงานมาตรฐานระดับโลก ห้ามพลาดที่จะมาเช็กอินที่นี่ ที่ ดิบ บางกอก บัตรหน้าประตูราคา 550 - 700 บาท เปิดให้บริกาทุกวันพฤหัสบดี - วันจันทร์ เวลา 10.00 - 19.00 น.
  • Things to do
  • ประเวศ
รอยสักไม่ใช่เพียงแค่ลวดลายบนร่างกาย แต่คือบันทึกเรื่องราวที่บางครั้งคำพูดก็ไม่สามารถอธิบายได้หมด Memories of Skin ชวนคุณมาสำรวจความหมายของการบันทึกความทรงจำลงบนผิวหนัง ผ่านนิทรรศการที่รวบรวม 7 ศิลปินช่างสักชื่อดังที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ได้แก่ De hour, Deanxittt, Ice House Studio, Lau Garan Studio, matattyesyes, Sakiw Tattooและ Troll The Tatt ไฮไลต์สำคัญอยู่ที่กิจกรรม Flash Day Tattoo ที่เปิดโอกาสให้ผู้ที่สนใจได้จับจองผลงานการออกแบบรอยสักล่วงหน้าจากศิลปินที่คุณชื่นชอบ เพื่อมาบันทึกลวดลายจริงลงบนผิวหนังภายในห้องนิทรรศการ สำหรับผู้ชมทั่วไปก็สามารถเข้ามาซึมซับบรรยากาศการสักแบบสดๆ พร้อมร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับศิลปะบนเรือนร่าง เส้นสาย และสีสันที่บรรจุเรื่องราวความรู้สึกระหว่างช่างสักและผู้รับการสักเอาไว้ ที่ MMAD GALLERY 5 ชั้น 2, MunMun Srinakarin (ไม่มีค่าเข้างาน) วันที่ 29 มกราคม - 19 เมษายน เวลา 13.00 น. เป็นต้นไป
การโฆษณา
  • Things to do
  • พญาไท
นิทรรศการ Botanic Reverie ผลงานการสร้างสรรค์โดยศิลปินและนักวาดภาพประกอบสาวไทยมากความสามารถ Lili Tae (ภิญญ์ฑิตา เตชะมงคลาภิวัฒน์) คัดสรรโดย Jason Yang งานนี้จะพาทุกคนหลุดเข้าไปในโลกดิจิทัลอาร์ตที่มีเสน่ห์เฉพาะตัว ด้วยการหยิบยกเอา ความฝันอันแปลกประหลาด และ เศษเสี้ยวความทรงจำ มาถ่ายทอดผ่านจังหวะแปรงที่นุ่มนวลและโทนสีที่จัดจ้านน่าหลงใหล คุณจะได้เห็นพืชพรรณและสิงสาราสัตว์ที่ถูกตีความใหม่ให้มีความเป็นแฟนตาซี สวยงามแต่แฝงไว้ด้วยความรู้สึกที่น่าค้นหา ใครที่ชื่นชอบงานศิลปะร่วมสมัยที่มีสุนทรียภาพเฉพาะตัว และอยากสัมผัสความงามที่สอดประสานกับธรรมชาติในมุมมองใหม่ ห้ามพลาดการมาดื่มด่ำความฝันในสวนลับแห่งนี้ ที่ GalileOasis Gallery (ไม่มีค่าเข้างาน) วันที่ 4 กุมภาพันธ์ - 16 มีนาคมนี้ (ปิดทำการทุกวันอังคาร)
  • Things to do
  • ยานนาวา
​​ตำนานรักเหนือความตายของ แม่นาก พระโขนง กำลังจะกลับมาสร้างความสะพรึงและความซาบซึ้งอีกครั้ง กับ แม่นาก The Classic Opera ผลงานโอเปร่าระดับมาสเตอร์พีซโดย สมเถา สุจริตกุล ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในโอเปร่าที่สำคัญที่สุดของภูมิภาค การแสดงครั้งนี้นำเรื่องเล่าที่คนไทยคุ้นเคยมาตีความใหม่ ผ่านบทเพลงที่ผสานความยิ่งใหญ่ของโอเปร่าตะวันตกเข้ากับกลิ่นอายดนตรีไทยอย่างงดงามและทรงพลัง  การแสดงจะดำเนินเป็นภาษาอังกฤษ พร้อมคำบรรยายภาษาไทยและอังกฤษ เหมาะทั้งสำหรับผู้ชมโอเปร่าผู้ช่ำชองและผู้ชมหน้าใหม่ที่ต้องการสัมผัสการตีความใหม่ของตำนานพื้นบ้านไทย ผ่านรูปแบบศิลปะการแสดงระดับนานาชาติ ที่ Great Hall โรงเรียนนานาชาติคิงส์คอลเลจ กรุงเทพฯ ราคาบัตร 500-2,000 บาท (จองบัตร) วันที่ 4-5 มีนาคม เวลา 19.30 น. เป็นต้นไป
เรื่องเด่น
    บทความล่าสุด
      การโฆษณา